ตู้เย็นกินไฟ แก้ปัญหาได้ 2 บาทก็เอาอยู่

…..แค่ 2 บาท หมดปัญหาตู้เย็นเก่ากินไฟ ช่วยประหยัดค่าไฟได้เยอะ

…..สำหรับตู้เย็น ถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน เพราะต้องเอาไว้แช่น้ำเย็นๆ

 รวมถึงของสด ผักสดต่างๆที่ต้องใช้ความเย็นในการเก็บ รั ก ษ า แต่ก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากเหมือนกัน

           โดยเฉพาะตู้เย็นยิ่งเก่า ก็ยิ่งกินไฟมากขึ้น และหลายคนก็ไม่รู้ว่าตู้เย็นมักมีการรั่วซึมได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟสูงขึ้น ดังนั้นเราควรตรวจเช็คตู้เย็นบ่อยๆ จากการใช้งบแค่ 2 บาท ด้วยสิ่งนี้

วิธีทดสอบตู้เย็น โดยการใช้กระดาษ A4 (ในงบ 2 บาท)

– ให้คุณเปิดประตูตู้เย็น แล้วก็นำกระดาษ A4 เข้าไปสอดไว้ครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็ปิดประตูตู้เย็น ให้หนีบ

กระดาษไว้ ดังรูปที่แสดง

– จากนั้นก็ออกแรงดึงกระดาษออกมา หากรู้สึกว่าดึงออกยาก แสดงว่าขอบยางของประตูตู้เย็นยังแน่นและ

ใช้งานได้ดีอยู่

– แต่ถ้าหากว่าเราดึงกระดาษออกมาได้ง่าย แสดงว่าขอบยางประตูตู้เย็นเริ่มจะหลวม หรือเสื่อมสภาพลงแล้ว

ทำให้มีช่องว่างสำหรับความเย็นรั่วซึมออกมาได้ เป็นสาเหตุที่ทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา

และกินค่าไฟ

เมื่อเราตรวจเช็คตู้เย็น ด้วยการทดสอบกับกระดาษ A4 แล้ว และมั่นใจว่าขอบประตูตู้เย็นมีปัญหาแน่นอน

ให้เราทำการแก้ไขด้วยวิธีดังต่อไปนี้

วิธีการแก้ไขปัญหาตู้เย็นกินไฟ

1. ใช้น้ำร้อน หากต้องการซ่อมแซมขอบยางประตูตู้เย็น โดยที่ไม่อยากเสียเงิน เสียเวลาไปซื้อขอบยางใหม่

ก็ให้ถอดขอบยางอันเดิมออกมา แล้วนำน้ำร้อนมาราด ความร้อนจะช่วยให้ขอบยางประตูขยายตัว แล้วก็นำไปติดไว้แบบเดิม จะทำให้ขอบยางแน่น ลดช่องว่างและปิดประตูตู้เย็นได้สนิทขึ้น

2. ใช้ไดร์เป่าผม วิธีนี้จะใช้ความร้อนเป็นตัวช่วยเหมือนกับวิธีแรก โดยให้เป่าลมร้อนออกมา เมื่อขอบยาง

โดนความร้อน ก็จะขยายตัวออก และทำให้ประตูตู้เย็นปิดได้สนิทมากขึ้น

3. ตั้งขาตู้เย็นให้ด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง ซึ่งวิธีนี้ง่ายมากๆ เพียงแค่ตั้งตู้เย็นให้อยู่ในลักษณะเงย ให้ด้านหน้า

สูงกว่าด้านหลัง ก็จะทำให้ประตูตู้เย็นปิดได้สนิทและแน่นมากขึ้นนั่นเอง

4. เปลี่ยนยางขอบประตูตู้เย็น ถ้าลองทำตามวิธีที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วยังไม่ได้ผล แนะนำให้ซื้อขอบยาง

ประตูตู้เย็นมาเปลี่ยนใหม่ได้เลย ซึ่งราคาก็จะอยู่ที่หลักสิบถึงหลักร้อย แล้วแต่ยี่ห้อและคุณภาพ

และนี่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะอาจจะทำให้เราจ่ายค่าไฟแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัว หากตรวจเช็ค

ว่าตู้เย็นอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ไม่ปกติแล้ว ก็ควรรีบทำการซ่อมแซมแก้ไข หรือซื้อเครื่องใหม่

หากซ่อมแซมไม่ได้แล้วจริงๆ ก่อนที่จะเสียเงินค่าไฟไปอย่างสิ้นเปลือง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *